ญี่ปุ่น…สวรรค์บนดินที่บินถึง

ดินแดนอาทิตย์อุทัย ที่หลากหลายด้วยสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ หมุนเปลี่ยนทัศนียภาพสวยงามน่าค้นหาในทุกฤดูกาล และยังมีสิ่งก่อสร้างทั้งทางวัฒนธรรมและความล้ำสมัยที่ผสานกันอย่างลงตัว รวมทั้งอาหารการกินที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ ทั้งวัตถุดิบและรสชาติ ทำให้ผู้คนต่างพากันตกหลุมรัก อยากไปสัมผัสความเป็นญี่ปุ่นสักครั้งในชีวิต

 

น้ำตกชิโรฮิเงะ (Shirahige Waterfall)
ตั้งอยู่ที่เมืองบิเอะ ในฮอกไกโด โดยเป็นน้ำตกที่ถือว่ามีความสวยงามติดอันดับ 1 ใน 5 ของฮอกไกโดเลยทีเดียว โดยเฉพาะในช่วงฤดูใบไม้ร่วงจะมีความสวยงามเป็นพิเศษ โดยน้ำตกแห่งนี้นั้นมีความสูงประมาณ 30 เมตร
สิ่งที่เป็นไฮไลท์ของที่นี่ก็จะเป็นน้ำที่ไหลลงมานั้นเป็นน้ำบาดาลที่ออกมาจากรอยแตกของหน้าผาไหลลงสู่แม่น้ำบิเอะ ที่มีความโดดเด่นของสีแม่น้ำที่มีสีฟ้าอมเขียว ซึ่งเกิดขึ้นจากแร่โคบอลต์นั่นเอง

 

 

หมู่บ้านชิราคาวาโกะ (Shirakawago)
ตั้งอยู่ในจังหวัดกิฟุ ภูมิภาคจูบุ เป็นหมู่บ้านที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก เอกลักษณ์ที่มีชื่อเสียงอย่างมากของชิราคาวาโกะ ก็คือ บ้านญี่ปุ่นโบราณมีหลังคาทรงสูงแบบการพนมมือที่เรียกว่า “Gassho-Zukuri” และวัสดุที่ใช้ในการสร้างบ้านล้วนมาจากวัสดุตามธรรมชาติและไม่ได้ใช้ตะปู โดยมีอายุเก่าแก่นับร้อยปีและยังได้รับการอนุรักษ์มาเป็นอย่างดีจนถึงปัจจุบัน นอกจากนี้บ้านต่างๆ ยังเปิดให้นักท่องเที่ยวค้างคืนแบบโฮมสเตย์ ซึ่งเป็นโอกาสที่ดีในการสัมผัสชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านที่อาศัยอยู่ที่นี่
ส่วนไฮไลท์ของที่นี่คือทุกๆปีจะมีการจัดงานประดับไฟฤดูหนาว ในช่วงเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์ ซึ่งแสงไฟประดับสีเหลืองนวลเมื่อตัดกับหิมะสีขาวโพลน ถือเป็นภาพที่งดงามต้องไปเห็นกับตาตัวเองสักครั้ง

 

วัดคิโยมิซุ (Kiyomizu-dera) หรือ วัดน้ำใส
เป็นวัดที่มีสถาปัตยกรรมโบราณที่งดงามจนยูเนสโกได้บันทึกให้วัดแห่งนี้ขึ้นเป็นมรดกโลก ซึ่งที่มาของชื่อวัดน้ำใสก็มาจากการที่วัดแห่งนี้นั้นได้ถูกสร้างขึ้นปี ค.ศ.780 แล้วได้มีน้ำที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติจากน้ำตกโอโตว ไหลผ่านตัววัด
จุดที่ถือว่าเป็นไฮไลท์การท่องเที่ยวของที่นี่คืออาคารไม้ขนาดใหญ่ที่สร้างโดยไม่มีการใช้ตะปูใดๆทั้งสิ้น ถือว่าเป็นภูมิปัญญาของคนโบราณที่สุดยอด เสาของอาคารมีความสูงถึง 13 เมตรจากพื้นดิน และโถงอาคารถูกสร้างให้ยื่นออกไปภายนอกทำให้บริเวณนี้เป็นจุดชมวิวที่สวยงาม มองเห็นเมืองเกียวโตในฤดูต่างๆ และเป็นจุดชมซากุระและชมใบไม้แดงที่ขึ้นชื่อของเกียวโตอีกด้วย

 

หุบเขานรกจิโงคุดานิ (Jigokudani)
ตั้งอยู่เหนือย่านบ่อน้ำร้อนโนโบริเบทสึ จังหวัดฮอกไกโด อีกทั้ง น้ำร้อนในลำธารของหุบเขาแห่งนี้มีแร่ธาตุกำมะถัน ซึ่งก็เป็นแหล่งต้นน้ำของย่านบ่อน้ำร้อนโนโบริเบทสึ โดยคนที่ชื่นชอบการผจญภัยแบบเบาๆน่าจะชอบที่นี่ไม่น้อย เพราะจะมีเส้นทางตามหุบเขาสามารถเดินไต่ขึ้นเนินไปเรื่อยๆประมาณ 20-30 นาที สิ่งแรกที่จะเห็นก็จะเป็นบ่อโอยุนุมะ ซึ่งบ่อนี้เป็นเป็นบ่อน้ำร้อนกำมะถัน อุณหภูมิ 50 องศาเซลเซียส พอยิ่งขึ้นไปสิ่งที่สังเกตเห็นได้อย่างชัดเจนก็ตรงที่จะมีบ่อน้ำร้อนอยู่เรื่อยๆตลอดทาง บางบ่อมีอุณหภูมิที่ร้อนกว่า และยังมีบ่อโคลนอีกด้วย น้ำที่ไหลออกจากบ่อโอยุนุมะ เป็นลำธารเรียกว่า “โอยุนุมะกาว่า” ซึ่งไหลผ่านป่านเป็นแม่น้ำหลายร้อยเมตร
โดยเราสามารถนั่งชมธรรมชาติพร้อมแช่เท้าท่ามกลางทัศนียภาพกันงดงามตระการตา โดยเฉพาะในช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสีประมาณกลางเดือนตุลาคนของทุกปี ยิ่งถือเป็นช่วงไฮไลท์ของการท่องเที่ยวของที่นี่ เพราะเราจะได้เห็นเหล่าต้นไม้น้อยใหญ่ที่อยู่รายล้อมเราเปลี่ยนเป็นสีแดงๆส้มๆทั่วทั้งพื้นที่

 

วัดคินคะคุจิ (Kinkakuji) หรือ วัดทอง
ตั้งอยู่ทางเหนือของเมืองเกียวโต จุดเด่นของวัดคินคะคุจิ คืออาคารสีทองที่ตั้งอยู่ริมบ่อน้ำและสวนแบบญี่ปุ่น ซึ่งอาคารหลังนี้เคยเป็นที่พักของโชกุนอะชิคางะ โยชิมิทซึ ซึ่งอาคารหลังนี้ได้ถูกเผาทำลายลงไปในปี ค.ศ.1950 โดยพระที่คลุ้มคลั่ง ซึ่งตัวอาคารในปัจจุบันได้รับการปรับปรุงขึ้นในปี ค.ศ.1955
ซึ่งอาคารหลังนี้คนไทยอาจจะคุ้นเคยจากการ์ตูนเรื่องอิคคิวซัง ที่ใช้ปราสาทสีทองแห่งนี้เป็นฉากปราสาทของโชกุนในเรื่องอิคคิวซัง และด้วยสถาปัตยกรรมที่งดงามล้ำค่านี่เองจึงทำให้ได้รับการขึ้นทะเบียนจากยูเนสโกให้เป็นมรดกโลก แถมบรรยากาศรอบๆก็มีความร่มรื่นและถูกตกแต่งอย่างมีสไตล์โบราณแบบญี่ปุ่น

 

โตเกียวทาวเวอร์ (Tokyo Tower)
ถือเป็นแลนด์มาร์คของโตเกียว ที่ใครมาเยือนโตเกียวต้องไม่พลาดที่จะมาที่นี่ โดยด้านบนของโตเกียวทาวเวอร์นั้นจะเป็นหอส่งสัญญาณโทรทัศน์และวิทยุ นอกจากนี้ยังเปิดให้นักท่องเที่ยวให้ขึ้นไปชมวิวด้านบน วิวก็สามารถดูได้แบบ 360 องศา ระดับความสูงของจุดชมวิวมี 2 ชั้นคือ 150 เมตร และ 250 เมตร ซึ่งสามารถซื้อตั๋วได้ที่ชั้น 1 ของอาคาร
โตเกียวทาวเวอร์ต้นแบบก็คือหอไอเฟลที่ปารีส ประเทศฝรั่งเศส แถมมีความสูงใกล้เคียงกับหอไอเฟล ซึ่งหอไอเฟลสูงกว่าแค่ 13 เมตร โตเกียวทาวเวอร์สร้างเสร็จเมื่อประมาณปี ค.ศ.1958 และได้กลายมาเป็นสัญลักษณ์สำคัญของเมืองโตเกียวนับแต่นั้นมา

 

ทาเตยามะ (Tateyama)
ตั้งอยู่ในจังหวัดโทยามะ ซึ่งจะรู้จักกันดีในนามเส้นทางเจแปนแอลป์ ทาเตยามะ-คุโรเบ โดยทาเทยามะเต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติมากมาย เช่น บ่อน้ำพุร้อนมูโรโดะ ดาอิระ มิกุริงาอิเกะ ออนเซน และน้ำตกโชเมียว
และอีกไฮไลท์คือกำแพงหิมะ (Yuki no Otani) ที่เกิดจากการสะสมตัวของหิมะสูงเฉลี่ยอยู่ที่ 7 เมตร และบางปีที่หิมะตกหนักก็อาจสูงถึง 20 เมตรเลยทีเดียว โดยช่วงเดือนเมษายนจนถึงเดือนพฤษภาคม จะเป็นช่วงที่กำแพงหิมะมีความสูงมากที่สุด หลังจากนั้นช่วงเดือนมิถุนายนความสูงก็จะค่อยๆลดลงไปเรื่อยๆ


#holidayclip #ฮอลิเดย์คลิป
ทัวร์ เที่ยวเอง จองโรงแรม ตั๋วเครื่องบิน pass
https://holidayclip.co.th